สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งทุกหน่วยพร้อม 100 % ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจราจร “เทศกาลสงกรานต์”

471

ด้วยในระหว่างวันที่ ๑๒๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ เป็นช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่องกันหลายวัน มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อร่วมฉลองวันสงกรานต์และ        วันครอบครัวตามประเพณีไทย หรือเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยแทบทุกพี้นที่ทั่วประเทศจะมีการจัดงานประเพณีทำบุญ งานรื่นเริง รวมทั้งกิจกรรมเล่นน้ำสงกรานต์ และมีรูปแบบการจัดกิจกรรมที่มีความหลากหลาย อันอาจทำให้มีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสก่อเหตุ ประชาชนอาจเกิดความ          ไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง หรืออาจมีกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดีเข้ามาฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว พลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญ และเพื่อให้การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติดังนี้

1. ด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม
ให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค ๑๙ ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจสอบสวนกลาง จัดทำแผน/มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๑๑๗ เม.ย.๖๒ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์ของตน
ระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ ๑๑๐ เม.ย.๖๒ รวมถึงการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อตัดโอกาสในการกระทำผิด และมุ่งเน้นคดีเป้าหมาย ได้แก่ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ยาเสพติด การพนัน การค้าประเวณี และสถานบริการ ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาชญากรรม รวมถึงการระดมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ
จัดสายตรวจรถยนต์ รถจักรยานยนต์สายตรวจเดินเท้า ปรากฏกายป้องกันเหตุต่างๆ รวมถึงคดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ บริเวณ ธนาคาร ร้านค้าทอง ร้านสะดวกซื้อ สถานีขนส่งผู้โดยสาร แหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่มีการจัดกิจกรรมและมีประชาชนไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก
การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพอาชญากรรมในพื้นที่ โดยเน้นในจุดที่เป็นจุดเสี่ยง จุดล่อแหลม
กวดขันจับกุม ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกฮอล์ ที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริโภคเครื่องดื่มแอลกฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถ เรือ รถไฟ
กวดขันสถานบริการและสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดโดยเคร่งครัด
ป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพล ติดตามพฤติการณ์บุคคลพ้นโทษ หรือปล่อยตัวชั่วคราว ในคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เพศ และยาเสพติด
กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการยิงปืนขึ้นฟ้า การพกพาอาวุธ
ในกรณีที่มีการจับกุมเด็กและเยาวชนให้ดำเนินการกับผู้ปกครอง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ทุกราย
จัดกำลังออกดูแลการเล่นน้ำสงกรานต์ให้เป็นไปตาม มติคณะรัฐมนตรี เมื่อ ๒๗ มี.ค.๕๘ โดยในการเล่นน้ำสงกรานต์ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ไม่แต่งกายล่อแหลม รณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง กำหนดเวลาการเล่นน้ำให้ชัดเจนเพื่อความปลอดภัยในการใช้เส้นทางสัญจร รณรงค์ให้เล่นน้ำด้วยความสุภาพ งดการใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง น้ำแข็ง หรือโฟม ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้ กวดขันมิให้มีการแสดงหรือการเต้นที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย และห้ามขับรถกระบะบรรทุกน้ำเข้าไปในที่ชุมชนหรือบริเวณจัดงาน
จัดทำ โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านช่วงเทศกาลสำคัญในระหว่างวันที่ ๑๑๑๗ เม.ย.๖๒ (รวม ๗ วัน)
ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง คัดกรองบุคคลเข้าออกประเทศโดยละเอียด เพื่อป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แรงงานต่างด้าว หรือผู้หลบหนีหมายจับ
2. การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
กำชับทุกหน่วยเข้มงวดการป้องกันการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดีหรือผู้เสียผลประโยชน์ก่อเหตุร้ายในพื้นที่ต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ
จัดกำลังสายตรวจร่วมรักษาความปลอดภัยและให้บริการนักท่องเที่ยวในพื้นที่จัดงานที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนบูรณาการร่วมกัน
3. การอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน
จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.๒๕๖๒ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างวันที่ ๑๐๑๘ เม.ย.๖๒ (รวม ๙ วัน) โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการ     มีหน้าที่ กำหนดนโยบาย อำนวยการ สั่งการ ควบคุม และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาล โดยมีองค์ประกอบ ประกอบด้วย ส่วนอำนวยการ ส่วนปฏิบัติการ และส่วนสนับสนุน และให้ทุกกองบัญชาการ กองบังคับการ/ตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการจัดตั้งศูนย์อำนวยการและประสานงานของตนเอง
ให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องตรวจจับความเร็ว เครื่องตรวจวัดระดับแอลกฮอล์ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่องหรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสายช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๖๒ และข้อบังคับ     เจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักรว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก ๑๐ ล้อขึ้นไป เดินในถนนบางสายช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีหนังสือแจ้งเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจังและต่อเนื่องกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องใน ๑๐ ข้อหาหลัก เช่น ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในขณะขับขี่ และผู้ที่ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วง ๗ วันอันตราย (๑๑๑๗ เม.ย.๖๒)
4. การประชาสัมพันธ์
ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนระมัดระวัง การหลอกลวงเอาทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับอันเป็นเหตุจูงใจให้เกิดการประทุษร้ายต่อทรัพย์
เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ ขอให้ผู้ขับขี่รถเตรียมร่างกายให้พร้อมและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรโดยเคร่งครัด
ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากประชาชน ให้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความสุภาพตามประเพณี ไม่ใช้อุปกรณ์การเล่นน้ำในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายแก่ผู้อื่น แต่งกายอย่างสุภาพ เรียบร้อย มิดชิด โดยไม่แต่งกายในลักษณะที่ล่อแหลมหรือยั่วยุ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอาชญากรรมได้
ห้ามร้านค้าจำหน่ายสุราแก่บุคคลที่มีอาการมึนเมาจนครองสติไม่ได้ และบุคคลอายุ      ต่ำกว่า ๒๐ ปี บริบูรณ์
ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบกำหนดเขตพื้นที่และห้วงเวลาการเล่นน้ำ โดยให้เล่นน้ำบริเวณที่จัดให้เท่านั้น
ประชาชนสามารถแจ้งเหตุ/ติดต่อขอความช่วยเหลือ ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๑๙๑ , ๑๕๙๙ และ SMS ๑๙๑ หรือผ่านแอปพลิเคชั่น Police I Lert u

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้เน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ลงไปกำกับดูแลการปฏิบัติของหน่วยที่อยู่ในความรับผิดชอบ โดยใหหัวหน้าสถานีตำรวจและผู้บังคับบัญชาทุกระดับของสถานีตำรวจต้องอยู่ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด (ห้ามลา)

และสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันว่าพร้อมที่จะรับใช้พี่น้องประชาชนและเป็น“องค์กรบังคับใช้กฎหมาย ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”

**************************************

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวสา

แบ่งปัน