วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวประกอบอาชีพเสริม ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น ๕ อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดย รมว.แรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีนโยบายส่งเสริมกำลังคนให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านการค้า การลงทุน เศรษฐกิจ และสังคม จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ดำเนินนโยบายเร่งด่วน ๓A ของกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะด้านการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงานคุณภาพ (Super Worker)

84

วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๐๐ น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัวประกอบอาชีพเสริม ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น ๕ อาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวรายงาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดย รมว.แรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีนโยบายส่งเสริมกำลังคนให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการประกอบอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านการค้า การลงทุน เศรษฐกิจ และสังคม จึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สร้างเครือข่ายกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ดำเนินนโยบายเร่งด่วน ๓A ของกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะด้านการยกระดับทักษะฝีมือแรงงานให้เป็นแรงานคุณภาพ (Super Worker)

พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการภารกิจร่วมกันระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพัฒนาข้าราชการตำรวจและครอบครัวในการประกอบอาชีพเสริม โดยในปี ๒๕๖๒ จะดำเนินการจัดฝึกอบรมนำร่องหลักสูตรช่างตัดผม มีเป้าหมายดำเนินการ ๑,๕๔๐ คน ครอบคลุมทั้ง ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ โดยจะร่วมกันพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวให้มีความรู้ ความสามารถในวิชาชีพ ใช้เวลาว่างจากการทำงานประกอบอาชีพเสริมลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ของตนเองและสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น พึ่งพาตนเองได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ทั้งนี้ จะมีการขยายการฝึกอบรมสาขาอาชีพเพิ่มเติม เช่น ช่างซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน การทำกระเป๋าหนัง การทำมัดย้อม การพิมพ์ลายบนกระจก เป็นต้น นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตการอบรมการประกอบอาชีพเสริม จำนวน ๑๑ สาขา เช่น การตกแต่งผ้าไทย การปักริบบิ้น การทำเก้าอี้ยางรถยนต์ การทำเดคูพาจกับผ้า สาธิตการตัดผมโดยโรงเรียนเสริมสวยชลาชล เพื่อเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพอีกด้วย

แบ่งปัน