(14 ก.ค. 64)ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติประจำจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามมาตรการของ ศบค.

90

วันนี้ (14 ก.ค. 64) เวลา 21.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และคณะ ได้ออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจ จุดสกัด รวมถึงจุดตรวจป้องกันอาชญากรรม กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จำนวน 2 จุด ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
1 จุด คือจุดตรวจ สภ.โพธิ์แก้ว โดยมี พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม, นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ ปลัดจังหวัดนครปฐมและ พ.อ. พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ รอง ผอ.รมน. จว. นครปฐม ร่วมคณะตรวจเยี่ยม และพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร 1 จุด คือุดตรวจ สภ.กระทุ่มแบน โดยมี พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภ.7, นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายบรรพต จันทรวงศ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และ พ.อ.เอกพล จูฑะพันธ์ ผู้บังคับการกรมทหารสื่อสารที่ 1 ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน ร่วมคณะตรวจเยี่ยม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ ฯ กล่าวว่าการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล
เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ด้วยมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและกิจกรรมของบุคคล  ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้กำชับไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศ ข้อกำหนด ตามความมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค. 2564 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรค โดยให้ประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำมาตรการในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฯ คลี่คลาย ทั้งนี้ ผบ.ตร.
ได้แนะนำให้มีการนำเทคโนโยลีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดหาให้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่

​​​​​​​​​​สำหรับการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในพื้นที่จังหวัดที่ประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
จำนวน 10 จังหวัด มีข้อมูล ณ วันที่ 14 ก.ค. 2564 เวลา 10.00 น. ดังนี้

1.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตั้งจุดตรวจ 88 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 1,214 คัน
จำนวน 1,529 คน พบผู้ฝ่าฝื พ.ร.ก.ฉุกเฉินรวม17 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 8 ราย ดำเนินคดี 9 ราย

2.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งจุดตรวจ 11 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 576 คัน
จำนวน 798 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม28 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 24 ราย ดำเนินคดี 4 ราย

3.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ตั้งจุดตรวจ 10 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 203 คัน จำนวน 264 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม87 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 73 ราย ดำเนินคดี 14 ราย

4.พื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตั้งจุดตรวจ 39 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 6,021 คัน
จำนวน 4,160 คน พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯรวม 44 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 23 ราย ดำเนินคดี 21 ราย

รวมมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จำนวน 148 จุด เรียกตรวจยานพาหนะ 8,014 คัน จำนวน 6,796 ค
พบผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 186 ราย มีเหตุจำเป็นและตักเตือน 128 ราย ดำเนินคดี 48 ราย

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ได้มอบสิ่งของบำรุงขวัญ ได้แก่หน้ากากอนามัย เฟสชิลด์ ถุงมือ เจลแอลกอฮอล์ ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ พร้อมแสดงข้อห่วงใยกำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานในช่วงการแพร่ระบาดของโรคฯ ให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารสุข DHMTTA  รวมไปถึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. กำหนด โดยเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชนที่อาจยังไม่ทราบถึงประกาศ ข้อกำหนดฯ แต่หากพบว่าพี่น้องประชาชนท่านใดที่จงใจฝ่าฝืนก็ต้องจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย
อย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น

​​​​​​​​​​​

********************************************************

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวสา

แบ่งปัน