วันที่ ​23 ก.ค. 2559 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจและคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ สน.บางเขน เพื่อติดตามการดำเนินการจัดทีมบูรณาการสืบสวนสอบสวน

246

File 7-23-2559

วันที่ 23 ก.ค. 2559 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจและคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ สน.บางเขน เพื่อติดตามการดำเนินการจัดทีมบูรณาการสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการปฏิรูประบบ งานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย และ สน.บางเขน เป็นหนึ่งในจำนวนสถานีตำรวจทั้งหมด 514 แห่งทั่วประเทศ และเป็นหนึ่งใน 30 สถานีตำรวจนครบาล ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาเร่งด่วน 1 ปี
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การเร่งรัดขับเคลื่อนการปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ประเด็น จะดำเนิน การไปพร้อมๆ กัน โดยประเด็นการปฏิรูประบบงานสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายของสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นสำหรับประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นจะต้องช่วยกันเร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
“สำหรับในพื้นที่ บช.น. มีสถานีตำรวจที่จะต้องจัดทีมบูรณาการการสืบสวนสอบสวนตามแนวทาง การปฏิรูปด้านระบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย และต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี มีจำนวนทั้งสิ้น 30 แห่ง ประกอบด้วย
บก.น.1 สน. พญาไท ดินแดง ห้วยขวาง
บก.น.2 สน.บางเขน ประชาชื่น ทุ่งสองห้อง บางซื่อ คันนายาว
บก.น.3 สน.มีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ร่มเกล้า
บก.น.4 สน.อุดมสุข หัวหมาก ประเวศ โชคชัย
บก.น.5 สน.บางนา ทองหล่อ คลองตัน ลุมพินี
บก.น.6 สน.ปทุมวัน ยานนาวา
บก.น.7 สน.บางกอกใหญ่ บางพลัด ตลิ่งชัน
บก.น.8 สน.บุคคโล ราษฏร์บูรณะ บางมด
ยก.น.9 สน.แสมดำ หนองค้างพลู
ในการดำเนินการเพื่อปฏิรูประบบงานสอบสวนนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จะจัดทีมบูรณาการสำหรับการปฏิบัติงานรับแจ้งความและสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่น้อยกว่า 3 ทีม ในแต่ละสถานีตำรวจ และแต่ละทีมจะประกอบด้วย พนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม พนักงานสอบสวนประจำทีม

(อย่างน้อย 2 นาย) ฝ่ายสืบสวน (อย่างน้อย 2 นาย) ฝ่ายป้องกันปราบปราม ฝ่ายจราจร ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน (อย่างน้อย 1 นาย) รวมทั้งฝ่ายสนับสนุนทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุและพิสูจน์หลักฐาน พร้อมทั้งการจัดยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะ “พนักงานสอบสวนหัวหน้าทีม” จะต้องเป็น “ผู้บริหารคดี” ที่ร่วมรับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวน การรวบรวมพยานหลักฐาน กำกับดูแลการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด การทำสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นทางคดี ทั้งนี้เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้นเป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม เท่าเทียม และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนโดยทั่วไป ในฐานะที่เป็นองค์กรต้นธารในกระบวน การยุติธรรมทางอาญา
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า เพื่อให้การปฏิรูปองค์กรตำรวจทั้ง 10 ประเด็น สามารถขับเคลื่อนเดินหน้าจนแล้วเสร็จเรียบร้อยตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในระยะเร่งด่วน 1 ปี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงได้สั่งการมอบหมายให้ “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” จำนวน 10 นาย รับผิดชอบควบคุม
และกำกับดูแลการปฏิรูปในแต่ละประเด็น โดยมอบหมายให้
1.พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปการบริหารงานบุคคลและเส้นทางการเจริญเติบโต
2.พล.ต.ท. อนันต์ ศรีหิรัญ ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารงาน
3.พล.ต.ท. สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูประบบงานสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมาย
4. พล.ต.ท. ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปค่าตอบแทนและสวัสดิการ
5.พล.ต.ท.ปิยะ สอนตระกูล ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปการจัดหาอุปกรณ์ประจำกายและประจำหน่วย
6.พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ รอง จตช. งานปฏิรูปการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น
7.พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รอง จตช. งานปฏิรูปการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนและท้องถิ่น
8.พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปการจัดระบบนิติวิทยาศาสตร์
9.พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปกระบวนการสรรหาและฝึกอบรม และ
10.พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. งานปฏิรูปกระบวนการถ่ายโอนภารกิจ
พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า
“ผู้ช่วย ผบ.ตร. ทั้ง 10 ท่าน จะต้องติดตามและเร่งรัดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปฏิรูปตามขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนแล้วเสร็จ โดยเฉพาะในกรอบระยะเวลาเร่งด่วน 1 ปี โดยคณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจจะติดตามประเมิน ผลการดำเนินการและรายงานผลความคืบหน้าให้ ท่าน ผบ.ตร. ทราบทุก 15 วัน”

แบ่งปัน