วันที่ 12 ส.ค. 2559 พล.ต.อ.พงศพัศพงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนู เมฆหมอกผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจและ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุขผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลางได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปงานนิติวิทยาศาสตร์ประจำสถานีตำรวจ โดยได้ร่วมกันเปิดที่ทำการของชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ประจำสถานีตำรวจนครบาลบางเขนซึ่งเป็นไปตามแนวทางการปฏิรูประบบงานสอบสวนของสถานีตำรวจ 514 แห่งทั่วประเทศ ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานอยู่ประจำสถานีตำรวจ พร้อมยานพาหนะและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อออกปฏิบัติงานร่วมกับทีมบูรณาการพนักงานสอบสวนได้ในทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สถานที่เกิดเหตุได้รับการปกป้องดูแลอย่างเป็นระบบ ไม่ทำให้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เสื่อมสภาพ ถูกทำลาย หรือสูญหาย อันจะเป็นหลักประกันสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้น โดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ตามแนวทางการปฏิรูปงานสอบสวนที่ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี นั้น สถานีตำรวจทั้ง 514 แห่ง จะต้องมีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ประจำสถานีตำรวจ จำนวน 3 ชุด ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้อนุมัติในหลักการให้จัดให้มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ จำนวน 1,542 ชุด อยู่ประจำสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่ง เพื่อรองรับการทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะใช้นักวิทยาศาสตร์ทำหน้าที่หัวหน้าชุดจำนวน 1,542 นาย และผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์อีก 3,084 นาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อกำหนดตำแหน่งเสนอ ก.ตร. และเข้าสู่กระบวนการสรรหาบุคคลากรที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เพื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่โดยเร่งด่วนต่อไปแล้ว “สำหรับในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีสถานีตำรวจที่จะต้องได้รับการปฏิรูประบบงานสอบสวน จำนวน 30 แห่ง สถานีตำรวจบางเขน ถือเป็นแห่งแรกที่มีสถานที่พร้อม สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจจึงได้จัดให้มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุมาอยู่ประจำเพื่อทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็จะเป็นไปด้วยความรอบคอบและถูกต้องครบถ้วนมากขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายว่า กระบวนการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และมีพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน และเพียงพอสำหรับการนำไปใช้ยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ในที่สุด ส่วนสถานีตำรวจแห่งอื่นๆ ที่เหลือ ก็จะมีการจัดเตรียมสถานที่ทำงาน และพิจารณาจัดชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนต่อไป” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 – 9 และ ศชต. ที่มีสถานีตำรวจอยู่ในระหว่างการปฏิรูปเพื่อปรับระบบงานสอบสวนทั้งหมดนั้น ในเบื้องต้น สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้จัดให้มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองของจังหวัดต่างๆ จำนวน 76 แห่ง 76 จังหวัด เนื่องจากมีสถานที่ทำงานพร้อมส่วนสถานีตำรวจที่เหลือ ท่าน ผบ.ตร. ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจัดหาสถานที่ รวมทั้งการจัดหานักวิทยาศาสตร์ วัสดุอุปกรณ์สมัยใหม่ที่จำเป็น และยานพาหนะให้เพียงพอต่อปฏิรูปงานนิติวิทยาศาสตร์ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับทีมพนักงานสอบสวนบูรณาการตามที่ได้จัดไว้แล้วในสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่งทั่วประเทศ

199

File 8-12-2559 BE, 15 31 54

วันที่ 12 ส.ค. 2559 พล.ต.อ.พงศพัศพงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนู เมฆหมอกผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจและ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุขผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลางได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าการปฏิรูปงานนิติวิทยาศาสตร์ประจำสถานีตำรวจ โดยได้ร่วมกันเปิดที่ทำการของชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ประจำสถานีตำรวจนครบาลบางเขนซึ่งเป็นไปตามแนวทางการปฏิรูประบบงานสอบสวนของสถานีตำรวจ 514 แห่งทั่วประเทศ ที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานอยู่ประจำสถานีตำรวจ พร้อมยานพาหนะและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อออกปฏิบัติงานร่วมกับทีมบูรณาการพนักงานสอบสวนได้ในทันทีเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สถานที่เกิดเหตุได้รับการปกป้องดูแลอย่างเป็นระบบ ไม่ทำให้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เสื่อมสภาพ ถูกทำลาย หรือสูญหาย อันจะเป็นหลักประกันสำคัญต่อการอำนวยความยุติธรรมในเบื้องต้น โดยเฉพาะการสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ตามแนวทางการปฏิรูปงานสอบสวนที่ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปี นั้น สถานีตำรวจทั้ง 514 แห่ง จะต้องมีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ประจำสถานีตำรวจ จำนวน 3 ชุด ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้อนุมัติในหลักการให้จัดให้มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุ จำนวน 1,542 ชุด อยู่ประจำสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่ง เพื่อรองรับการทำหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะใช้นักวิทยาศาสตร์ทำหน้าที่หัวหน้าชุดจำนวน 1,542 นาย และผู้ช่วยนักวิทยาศาสตร์อีก 3,084 นาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อกำหนดตำแหน่งเสนอ ก.ตร. และเข้าสู่กระบวนการสรรหาบุคคลากรที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เพื่อเข้ามาปฏิบัติหน้าที่โดยเร่งด่วนต่อไปแล้ว “สำหรับในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งมีสถานีตำรวจที่จะต้องได้รับการปฏิรูประบบงานสอบสวน จำนวน 30 แห่ง สถานีตำรวจบางเขน ถือเป็นแห่งแรกที่มีสถานที่พร้อม สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจจึงได้จัดให้มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุมาอยู่ประจำเพื่อทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้การตรวจสถานที่เกิดเหตุเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็จะเป็นไปด้วยความรอบคอบและถูกต้องครบถ้วนมากขึ้น สร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายว่า กระบวนการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ถูกต้อง และมีพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ครบถ้วน และเพียงพอสำหรับการนำไปใช้ยืนยันการกระทำความผิดของผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ในที่สุด ส่วนสถานีตำรวจแห่งอื่นๆ ที่เหลือ ก็จะมีการจัดเตรียมสถานที่ทำงาน และพิจารณาจัดชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้ครบถ้วนต่อไป” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวด้วยว่า สำหรับสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 – 9 และ ศชต. ที่มีสถานีตำรวจอยู่ในระหว่างการปฏิรูปเพื่อปรับระบบงานสอบสวนทั้งหมดนั้น ในเบื้องต้น สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้จัดให้มีชุดตรวจสถานที่เกิดเหตุอยู่ประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองของจังหวัดต่างๆ จำนวน 76 แห่ง 76 จังหวัด เนื่องจากมีสถานที่ทำงานพร้อมส่วนสถานีตำรวจที่เหลือ ท่าน ผบ.ตร. ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดจัดหาสถานที่ รวมทั้งการจัดหานักวิทยาศาสตร์ วัสดุอุปกรณ์สมัยใหม่ที่จำเป็น และยานพาหนะให้เพียงพอต่อปฏิรูปงานนิติวิทยาศาสตร์ให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกับทีมพนักงานสอบสวนบูรณาการตามที่ได้จัดไว้แล้วในสถานีตำรวจทั้ง 514 แห่งทั่วประเทศ

แบ่งปัน