ตร.191 เพิ่มประสิทธิภาพงานสืบสวน แกะรอยตามล่าแก๊งโจร”กัดไม่ปล่อย”

290

งานป้องกันและปราบปรามถือเป็นหัวใจหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของรัฐและประชาชนโดยรวม

news_FDNyDLHAUx172440_533

งานป้องกันและปราบปรามถือเป็นหัวใจหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของรัฐและประชาชนโดยรวมซึ่งจะต้องเฝ้าระวังสังเกตบุคคลสถานที่และเหตุการณ์  ตลอดจนต้องระงับเหตุที่เกิดขึ้นให้ทันท่วงทีเพื่อไม่ให้คนร้ายหรือมิจฉาชีพได้มีโอกาสก่อเหตุประทุษ ร้ายต่อพี่น้องประชาชนที่กำลังดำเนินใช้ชีวิตเป็นปกติอยู่ในสังคมปัจจุบัน

โดยมิจฉาชีพเหล่านี้มักจะแฝงมาในหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นก็คือการต้มตุ๋นหลอกลวงเหยื่อด้วยสารพัดวิธี ทำให้เหยื่อตายใจ หลงเชื่อจนต้องสูญเสียทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายต่อปีนับพันล้านบาทโดยมีทั้งที่ตกเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องปรับกลยุทธ์ในการต่อสู้กับมิจฉาชีพเหล่านี้ให้หมดไป

ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ที่นำโดย พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล สว.งานสายตรวจ 3 บก.สปพ. จึงได้ใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพงานป้องกันและปราบปรามให้มากยิ่งขึ้นตามนโยบายของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. และ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. ที่เน้นย้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน

พ.ต.ท.ปียรัช เปิดเผยว่าดังตัวอย่างคดีนายชัชวาล โง้วกิมเซ้ง หรือ เอก หมูบิน อายุ 28 ปี หนึ่งในสมาชิกแก๊งหมูบิน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1497/2553  ลงวันที่ 8 ก.ค. 53 ในข้อหา  “ลักทรัพย์”  โดยนายชัชวาลได้อ้างตัวว่าเป็นมหาเศรษฐีทำทีไปหลอกพนักงานขายรถโชว์รูมรถหรู ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู ย่านห้วยขวางทำทีเป็นลูกค้ารายใหญ่ ขอสั่งซื้อรถยนต์กับพนักงานขายรถจำนวนหลายคัน

จากนั้นมีการนัดไปพูดคุยตกลงทำสัญญาตามที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งเมื่อรับประทานอาหารเสร็จนายชัชวาลได้อาศัยจังหวะที่พนักงานสายขายรถขอตัวเข้าห้องน้ำขโมยเอาโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินจำนวนหนึ่งหลบหนีไป แถมไม่ยอมจ่ายค่าอาหารอีกด้วย ต่อมาผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี

“ต่อมาได้มีพลเมืองดีแจ้งผ่านโครง การ You’ll never walk alone หรือ 191 ที่พึ่งแรกที่รักของประชาชนว่าพบเห็นผู้ต้องหานั้นเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในสนามแข่งรถต่าง ๆ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจับกุมทันทีโดยมีการส่งสายข่าวแฝงตัวเข้าไปยังสนามแข่งรถตามสถานที่ต่าง ๆ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาจะค่อนข้างระมัด ระวังตัวเป็นพิเศษเจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เทคนิคในการสืบสวนเข้ามาช่วยแกะรอยหาตัวนายชัชวาล

แต่แล้วช่วงสายของวันที่ 9 มี.ค. 59 นายชัชวาลก็ต้องจนมุมเจ้าหน้าที่เมื่อได้เดินทางมาเยี่ยมแฟนสาวขณะเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านสะพานควาย โดยนายชัชวาลและแฟนสาวกำลังมีกำหนดการที่จะแต่งงานกันในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่สืบทราบจนแน่ใจ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจนสามารถจับกุมนายชัชวาลได้แบบไม่ทันตั้งตัว”

ทั้งนี้จากโครงการ You’ll never walk alone หรือ 191 ที่พึ่งแรกที่รักของประชาชน ของ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ที่ได้ประสานประชาชนเป็นผู้ให้ข้อมูล จึงได้ข้อมูลที่หลากหลายและรวดเร็วผสมผสานกับแนวทางการสืบสวนของสายตรวจที่ออกตรวจตลอด  24 ชั่วโมง จึงทำให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจนสามารถระดมหมายจับได้มากเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศจาก 133 หมายจับ และงานสายตรวจ 3 ได้ลำดับที่ 1 ของ บก.สปพ. และลำดับที่ 3 ของ บช.น….

 

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/article/501777