ตำหนักจิตรลดา และพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน

8895

บล๊อกเกอร์ “ป้ารุ” แจ้งข่าวว่าจะมีการจัดแสดงหลายอย่างที่น่าสนใจที่พิพิธภัณฑ์ตำรวจในวันที่ 11-12 ตุลาคม 2557 .. เลยถือโอกาสที่ว่างๆ เดินทางไปชมนิทรรศการและสถานที่

ฉันไปถึงหลังจากที่มีการเปิดงานและการแสดงจบไปแล้วหลายชุด เลยไม่มีภาพมาให้ดู Sorry sorry!!

แต่ก็ยังทันที่จะกดชัตเตอร์การแสดงชุดสุดท้าย และภาพของผู้มาร่วมงานซึ่งแต่งชุดไทยๆที่งดงาม

หลายคนคงเคยอ่านหนังสือ “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม” และหนังสือ “เกิดที่วังปารุสก์” ที่นี่คือสถานที่สำคัญในชีวิตของทั้งสองพระองค์ค่ะ

“วังปารุสกวัน” หรือย่อว่า “วังปารุสก์” ตั้งอยู่หัวมุมถนนพิษณุโลก ตัดกับถนนราชดำเนินนอก เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นวังที่ประทับของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหาร จากประเทศรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. 2449

ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์กรมตำรวจ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล

ภายในวังปารุสก์ยังมีตำหนักอีกองค์หนึ่ง คือ “ตำหนักสวนจิตรลดา” ซึ่งแต่เดิมเป็นของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงย้ายไปประทับที่พระราชวังดุสิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตำหนักสวนจิตรลดา แลกเปลี่ยนกับที่ดินบริเวณท่าวาสุกรี ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ

โปรดฯ ให้รื้อกำแพงที่คั่นกลางออก รวมตำหนักทั้งสองเข้าด้วยกัน ส่วนกำแพงสร้างที่ใหม่ทรงให้ประดับตราจักรและกระบอง ซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ ไว้ที่ประตูกำแพงโดยรอบ

เมื่อสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถเสด็จทิวงคต เมื่อ พ.ศ. 2463 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชอำนาจตามกฎหมายระงับพินัยกรรมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ ที่ทรงระบุให้ยกทรัพย์สินทั้งหมดแก่หม่อมเจ้าหญิงชวลิตโอภาส ชายาพระองค์ใหม่ โดยมีพระบรมราชโองการให้โอนวังปารุสกวันกลับคืนเป็นทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 วังปารุสกวัน เป็นที่ทำการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ก่อนจะย้ายไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม และที่เป็นพำนักของ พระยาพหลพลพยุหเสนา ระหว่างเป็นนายกรัฐมนตรีและพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว จนถึงแก่อสัญกรรม ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์กรมตำรวจ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล

อนึ่ง มักมีผู้เข้าใจสับสนระหว่าง “ตำหนักปารุสก์” กับ “ตำหนักสวนจิตรลดา” โดยที่ “ตำหนักปารุสก์” คือ พระตำหนักที่อยู่ทางด้านถนนราชดำเนินนอกตัดกับถนนพิษณุโลก อยู่ติดกับวังจันทรเกษม ในขณะที่ “ตำหนักจิตรลดา” คือ ตำหนักที่อยู่ทางด้านถนนราชดำเนินนอกตัดกับถนนศรีอยุธยานั่นเอง

วันนี้ถึงแม้เราจะไม่ได้เข้าชม “ตำหนักปารุสก์” แต่เราก็จะได้ชม “ตำหนักสวนจิตรลดา” ด้วยอย่ในบริเวณเดียวกับ พิพิธภัณฑ์ตำรวจ นั่นเอง

ตำหนักจิตรลดา

เราเริ่มต้นการเดินชมพิพิธภัณฑ์ด้วยการเข้าไปชม ตำหนักจิตรลดา โดยมีเจ้าหน้าที่นำชมและบรรยายให้ฟังถึงรายละเอียดของพระตำหนักแห่งนี้

ตำหนักจิตรลดา ตั้งอยู่บริเวณทิศเหนือภายในวังปารุสกวัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ขณะดำรงพระยศมกุฎราชกุมาร และเมื่อพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองศิริราชสมบัติ จึงเสด็จไปประทับ ณ พระบรมมหาราชวัง

ต่อมารัชกาลที่ ๖ จึงได้ทรงแลกเปลี่ยนที่ดินบริเวณท่าวาสุกรี ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ พระอนุชา ต้นสกุลจักรพงษ์ เจ้าของวังปารุสกวันที่อยู่ติดกัน บริเวณนี้ทั้งหมดจึงถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ วังปารุสกวัน

ต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะราษฎร์ได้ยึดวังปารุสกวันมาใช้เป็นสถานที่ราชการ โดยใช้เป็นกองบัญชาการของคณะราษฎร์ ต่อมาก็ได้ใช้เป็นสถานที่ทำงานของอธิบดีกรมตำรวจ เช่น พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ พลตำรวจเอก หลวงอดุล อดุลเดชจรัส ปัจจุบันตำหนักจิตรลดาอยู่ในความดูแลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจัดเป็นส่วนหนึ่งของอาคารพิพิธภัณฑ์ตำรวจ ส่วนตำหนักปารุสกวัน เป็นที่ทำการของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ

ตำหนักจิตรลดา เป็นอาคารแบบอิตาเลียนวิลล่า สูง ๒ ชั้น ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบสติลลิเบอร์ตี้ (Stile Liberty) ของอิตาเลียน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงสุดทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ สถาปัตยกรรมแบบอาร์ตนูโว ของฝรั่งเศส

นายมาริโอ ตามาญโญ นายช่างเอกแห่งกรมโยธาธิการ เป็นผู้ออกแบบในระหว่างพุทธศักราช ๒๔๔๖-๒๔๔๘ ก่อสร้างแล้วเสร็จในพุทธศักราช ๒๔๔๙ สถาปนิกออกแบบให้ผังตำหนักจิตรลดาเป็นรูปตัว U แบบไม่สมมาตร โดยวางตำแหน่งมุขทางเข้าค่อนมาทางทิศเหนือ เพื่อสร้างความน่าสนใจ โดยออกแบบให้เป็นมุขโปร่ง เพื่ออวดโครงสร้างคานและเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก อันเป็นวัสดุนำสมัยในขณะนั้น

ประดับลวดลายปูนปั้นบริเวณหัวเสา เป็นลายดอกไม้เซาะร่อง ในรูปแบบสติลลิเบอร์ตี้ เหนือกรอบหน้าต่างชั้นล่าง สะดุดตาด้วยกระบังกันแดด เหนือหน้าต่างรูโค้ง ประดับด้วยลายฉลุไม้รูปดอกไม้ใบไม้ทรงเรขาคณิต ในส่วนชั้นบน สื่อถึงการเป็นที่ประทับของเจ้านายชั้นสูงด้วยลวดลายปูนปั้น ที่นำลวดลายสถาปัตยกรรมแบบคลาสสิคมาลดทอนลงให้ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเฉลียงด้านหลังชั้น ๒ ที่มีลายประดับเหนือเสาอย่างสวยงาม

ตำหนักจิตรลดา ถือเป็นตัวแทนของอาคารยุคศิลปะ สติลลิเบอร์ตี้ หรือ อาร์ตนูโว อันเป็นศิลปะสมัยใหม่ที่กำลังนิยมในยุโรปช่วงต้นศริสต์ศตวรรษที่ ๒๐ ที่ส่งอิทธิพลมาสู่สยามประเทศ แสดงถึงการปรับใช้ภาษาสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ตลอดจนโครงสร้างและวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ โดยออกแบบให้ประสานสอดคล้องกับสภาพอากาศ ตลอดจนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้านายสยาม ในช่วงปลายรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เป็นอย่างดี

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการบูรณะอาคารด้วยวิธีการอนุรักษ์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมของชาติสืบไป ปัจจุบันตำหนักองค์นี้ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานของกรมศิลปากร

ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการและพระตำหนักจำนวนมาก หลายคนแต่งกายแบบไทยๆย้อนยุคงดงามมาก

ท้องพระโรง(ห้องประชุม)

ห้องนี้แต่เดิมใช้เป็นห้องท้องพระโรงกลางอยู่ทางทิศใต้ของตำหนักการตกแต่งดูหนักแน่นและเป็นทางการ ประตูหน้าต่างทำกรอบไม้หุ้มหนาต่อเนื่องไปกับผนังที่ทำเป็นลายลูกฟักไม้ เพดานประดับด้วย รูปตารางสี่เหลี่ยมจตุรัสภายในบรรจุดวงดอกไม้ปิดทองสถาปัตยกรรมคลาสสิค ปัจจุบันดัดแปลงให้เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ ถัดไปทางทิศ เหนือเป็นห้องรับแขกขนาดเล็กบริเวณเหนือกรอบประตู หน้าต่าง ตกแต่ง ด้วยลายปูนปั้น เช่นเดียวกับผนังและเพดานที่ตกแต่งด้วย โครงสร้าง ลายพรรณพฤกษาที่ดูเรียบง่ายทันสมัย ในสไตล์อาร์ตนูโว

ห้องนิทรรศการ ๑ ชั้น ๑

ห้องนี้แต่เดิม เป็นห้องเสวยและห้องเตรียมสำรับ อยู่ทางทิศเหนือของ ตำหนักมีโทนสีและ การตกแต่งลวดลายปูนปั้นเหมือนกันเกือบทั้งหมด ภายในห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์เรื่องราวเกี่ยวกับตำหนัก ตั้งแต่สมัยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จนกระทั่งรวมเป็นส่วนหนึ่งของวังปารุสกวัน ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถพระอนุชาและความเป็นมาของการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์ตำรวจ จัดแสดงรายละเอียดรูปแบบสถาปัตยกรรมของห้องต่างๆ ภายในตำหนักซึ่งมีโมเดลจำลองแบบอาณาบริเวณโดยรอบของตำหนักจิตรลดา แสดงให้เห็นถึงสภาพภูมิทัศน์และผังบริเวณเดิมของวังปารุสกวัน

ห้องนิทรรศการ ๒ ชั้น ๑

“ชีวิตในวังปารุสกวันกับห้วงเวลาในอดีต”

ห้องนี้อยู่ด้านหลังของห้องเสวย ภายในห้องมีรูปแบบการตกแต่งเหมือนกับห้องเสวย แต่เพิ่มการตกแต่งลายปูนปั้นที่บริเวณผนังระหว่างประตูและหน้าต่าง ห้องนี้แสดงนิทรรศการ “ชีวิตในวังปารุสกวันกับห้วงเวลาในอดีต” เป็นเรื่องราวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวังปารุสกวัน คือ มาริโอ ตามาญโญ นายช่างเอกแห่งกรมโยธาธิการ (ผู้ออกแบบตำหนักจิตรลดาองค์นี้) มหาดเล็กในวังปารุสกวัน พลตระเวน สมัยรัชกาลที่ ๕ นายทหาร ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครอง และนายตำรวจสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒

ห้องนิทรรศการประวัติการก่อสร้าง และสถาปัตยกรรม

ตรงโถงหน้ามุขชั้นสอง มีการจัดพระฉายาลักษณ์ที่งดงามของ “แคทยาและเจ้าฟ้าสยาม” ให้ชม

ห้องนิทรรศการ ๓ ชั้น ๒ “ธ สถิตในดวงใจตำรวจไทยทั่วหล้า”

ห้องนี้แต่เดิมเป็นห้องบรรทม มีลวดลายตกแต่งอย่างหรูหราและคลาสสิค เหนือประตูและหน้าต่าง สถาปนิกนำอิทธิพลของศิลปะบาโรก และรอกโคโค มาเป็นโครงสร้างของลายหน้าบานกรอบประตูและหน้าต่าง โดยนำลายธรรมชาติ เช่น นก ดอกไม้ ใบไม้ มาประดิษฐ์ประกอบกันให้วิจิตรงดงามปิดทองให้โดดเด่นตัดกับโทนสีเข้มของผนัง ห้องนี้จัดแสดงนิทรรศการ “ธ สถิตในดวงใจตำรวจไทยทั่วหล้า” แสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่เกี่ยวข้องกับกิจการตำรวจไทย คือ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีสวนสนามของข้าราชการตำรวจ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงตำรวจ และจัดแสดงพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชทานธงชัยประจำหน่วยตำรวจ

ห้องนิทรรศการ ๔ ชั้น ๒

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…ราชาผู้พิทักษ์”

ห้องต่อเนื่องทางด้านหลังจากห้องบรรทมมีขนาดเล็กกว่า มีการตกแต่งเช่นเดียวกัน ซึ่งน่าจะใช้เป็นห้องพระสำอางหรือห้องแต่งพระองค์ ต่อเนื่องไปสู่ห้องสรงหรือห้องน้ำ ห้องนี้จัดนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว… ราชาผู้พิทักษ์” แสดงพระมหากรุณาธิคุณ และพระบรมราชานุเคราะห์ที่ทรงโปรดเกล้าฯแก่ตำรวจ รวมไปถึงการแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวข้องกับกิจการตำรวจ คือ ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทรงเสด็จพระราชดำเนินทรงตรึงหมุดธงชัยประจำหน่วยตำรวจ แสดงพระราชดำรัสสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระราชดำรัสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ห้องนิทรรศการ ๕ ชั้น ๒ พระเจ้าอยู่หัวกับงานตำรวจ

ห้องนี้แต่เดิมเป็นห้องทรงพระอักษรอยู่ชั้น ๒ ทางทิศเหนือของตำหนัก จิตรลดา รูปแบบสถาปัตยกรรมและโทนสียังคงแบบเดียวกับห้องบรรทม แต่เป็นสีเข้มกว่าบริเวณกรอบประตู หน้าต่าง และผนังยังประดับตกแต่งลายพรรณพฤกษามาออกแบบโครงสร้างลายในสไตล์ของอาร์ต นูโวห้องนี้จัดแสดงนิทรรศการ “พระเจ้าอยู่หัวกับงานตำรวจ” แสดงพระราชกรณียกิจพระราชทานความช่วยเหลือกิจการตำรวจในด้านการสื่อสารและพระราชทานแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจร ภายในห้องมีการจำลองเหตุการณ์ครั้งสำคัญในการทรงงาน เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจให้เป็นไปด้วย ความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ คือ การติดต่อสื่อสารทางวิทยุกับกองตำรวจสื่อสาร

ห้องนิทรรศการ ๖ ชั้น ๒

 พระเจ้าอยู่หัวกับงานตำรวจตระเวนชายแดน

ห้องนี้แต่เดิมเป็นห้องชุดขนาดเล็กอยู่ทางด้านหลังห้องทรงพระอักษร น่าจะเตรียมไว้เพื่อเป็นห้องบรรทม ที่ใช้โทนสีหลักของตำหนัก ประดับตกแต่งลวดลายปูนปั้นใช้ลายพรรณพฤกษาเช่นเดียวกับห้องทรงงานด้านหน้าภายในห้องจัดนิทรรศการพระเจ้าอยู่หัวกับงานตำรวจตระเวนชายแดน พระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงพระราชทานความอนุเคราะห์แก่ตำรวจตระเวนชายแดน ในครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร และทรงเสด็จเยี่ยมสร้างขวัญกำลังใจแก่ตำรวจตระเวนชายแดนภายในห้องยังมีการจัดแสดงการพระราชทานแนวพระราชดำริในการประดิษฐ์แท่นติดตั้งปืนกลสำหรับติดเฮลิคอปเตอร์ตำรวจ

การจัดแสดงงานฝีมือ อันเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่เปี่ยมเอกลักษณ์ของไทย  …

งานดอกไม้ ใบตอง และร้อยมาลัย …

งานจากบ้านบาตรที่เลื่องชื่อ

ปลาตะเพียนสีสด

อาหารไทย ภาพแรก คือ ข้าวแช่ตำหรับมอญ

พิพิธภัณฑ์ตำรวจ

พ.ศ. ๒๔๗๓ กระทรวงมหาดไทยได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์ตำรวจเป็นครั้งแรกโดยให้ขึ้นกับ กรมตำรวจภูบาลมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวม วัตถุของกลางที่คนร้ายใช้ ในการกระทำ ความผิดทุกชนิด เพื่อให้ข้าราชการตำรวจทั่วไปหรือพนักงานสอบสวนใช้ศึกษาค้นคว้า

ครั้นเมื่อเก็บรวบ รวมวัตถเพิ่มมากขึ้น จึงได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ตำรวจ โดยปริยาย ในเวลาต่อมา จึงได้ วางหลักเกณฑ์ในการเก็บรักษาวัตถุซ้ำๆกัน และได้ตรา เป็นหนังสือตราน้อยที่ ๗๕/๘๒๗๐ ลง ๑๑ ต.ค. ๒๔๗๓ ไว้เป็นทางปฏิบัติ สำหรับการเก็บดูแลรักษาวัตถุของกลาง ในสมัยนั้นเก็บรักษาไว้ที่ กองพลาธิการ และมีสถานที่ทำการจริงอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย

โถงทางเข้าพิพิธภัณฑ์ตำรวจ มีการจัดแสดงผ้าซิ่นแบบต่างๆ

งานแสดงนิทรรศการด้านในอาคาร

ประวัติการก่อตั้งกรมตำรวจ และการเ่าเรื่องผลงานของตำรวจแต่ละยุคสมัย ผ่านภาพประวัติศาสตร์

เครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ … หมวก

เครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ … เครื่องหมายประดับเครื่องแต่งกาย และเครื่องหมายยศ

งานถวายการอารักขา และนำเสด็จฯ

Freeze .. Hand up over your head!!

ตำรวจที่พึ่งของประชาชน

อธิบดีกรมตำรวจ … ในอดีต

ถามใจเธอหน่อย …. อยากเป็นตำรวจเพราะอะไร???

งานปั้นสวยๆในสวน ด้านนอกพิพิธภัณฑ์