ตร. ประชาสัมพันธ์ผลงานช่วงระหว่างวันที่ 3-9 ก.ค. 60

news_head

ฉบับที่ 090 ประจำวันที่ 13 กรกฎาคม 2560

ผลงานที่สำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในห้วงรอบสัปดาห์
ระหว่างวันที่ 3-9 กรกฏาคม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ / ขอประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานในรอบสัปดาห์ ห้วงระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 9 กรกฎาคม 2560 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 กองบัญชาตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาลสายไหม ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจค้นบริเวณโดยรอบค่ายมวย และซุ้มไก่ชนในพื้นที่เขตสายไหม หลังจากสืบทราบว่าในบริเวณพื้นที่ป่ารกร้างโดยรอบนั้น  มีขบวนการยาเสพติดได้นำเอายาเสพติดมาซุกซ่อนเอาไว้ อีกทั้งซึ่งเป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ เบื้องต้นจากการปิดล้อมตรวจค้น พบยาเสพติด ยาบ้า จำนวน 1,800,000 เม็ด ไอซ์ จำนวน 39 กิโลกรัม โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 1 ราย และยังคงมีผู้ต้องสงสัยอีก 1 ราย ที่กำลังหลบหนี จึงยังคงดำเนินการตรวจค้นและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวผลงานการจับกุมของกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ในการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ โดยสามารถยึดยาบ้า จำนวน 3,543,800 เม็ด, ไอซ์ จำนวน  42.6 กิโลกรัม , กัญชา จำนวน 525 กิโลกรัม โดยมีรายละเอียด ดังนี้ คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติดได้จับกุม นายพิเชษฐ์  เฮ่อทองเพชร และนายพิจิตร แซ่เฮ่อ  ได้บริเวณ ถนนพหลโยธิน จังหวัดนครสวรรค์ ขณะลำเลียงยาบ้าจากพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 5  ซึ่งได้ดำเนินการซุกซ่อนมาในรถกระบะ 1,280,000 เม็ด คดีที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการปราบรามยาเสพติด สืบทราบว่าจะมีกลุ่มเครือข่ายปากซัน ลอบขนยาเสพติดจากหนองคายลงภาคใต้ จึงติดตามและสกัดจับ ซึ่งสามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวนทั้งสิ้น 8 ราย และจากการค้นรถยนต์ พบกัญชา 525 กิโลกรัม คดีที่สาม จากการปิดล้อมตรวจค้นค่ายมวย ส.แจ้งอรุณ และซุ้มไก่ชน ย่านสายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุม นายวันรบ ศรณรงค์ ผู้ดูแลซุ้มไก่ พร้อมยึดยาบ้าได้ จำนวน  2,200,000 เม็ด และไอซ์ จำนวน 39 กิโลกรัม ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการขยายผลจับกุมเครือข่ายต่อไป ส่วนทางด้านพันจ่าอากาศเอกทนงศักดิ์ พินิจพงษ์  เจ้าของบ้าน ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง คดีที่สี่ เจ้าหน้าที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งมาจากสาธารณรัฐประชาชนลาว จำนวน 3 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน  80,800 เม็ด โดยรับสารภาพว่ารับยาเสพติดดังกล่าวมาจากอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปส่งลูกค้าในพื้นที่เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ เป็นประธานเปิดการอบรมเยาวชนและผู้ปกครองเพื่อแก้ไขปัญหาแก๊งจักรยานยนต์แข่งในทาง ตามโครงการอบรมเยาวชนซึ่งมีพฤติการณ์แข่งรถในทาง หลังระดมกำลังตำรวจจับกุมกลุ่มเด็กแว้นในพื้นที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 หลังตรวจยึดรถต้องสงสัยได้ จำนวน 80 คัน และตรวจปัสสาวะบุคคลต้องสงสัย จำนวน 160 ราย พบสารเสพติด 4 ราย ส่งดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติด และดำเนินคดีฐานกระทำผิด พระราชบัญญัติจราจรทางบกอีก จำนวน 83 ราย รวมทั้งสิ้น 87 ราย โดยให้เยาวชนทั้งหมดพร้อมผู้ปกครองเข้ามารับการอบรมในวันนี้ รวม 130 คน แบ่งเป็นเยาวชน 83 คนผู้ปกครอง 47 คน ทั้งนี้ เพื่อให้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหา การแข่งรถในทางซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้รถในทางและพักอาศัยตามพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำหรับการจัดอบรมในแต่ละครั้งก็เพื่อให้เยาวชนและผู้ปกครองเข้าใจในอันตรายของการแข่งรถเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาครองครัวซึ่งเป็นสถาบันหลักตลอดจนสานบันการศึกษา ตามมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง โดยเน้นย้ำให้ผู้ปกครองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 พลตำรวจโท ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงข่าวการจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตามฐานความผิด พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พุทธศักราช  2556 ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 19,800,000 บาท เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 รายเป็นคนไทย 2 ราย คือ นางสาวเฌนิศา วงศ์ฟู และนางสาวกัลย์จารีย์ วัฒนวินิน และชาวจีน  2 ราย คือ นายเฉิน เหม่ยจิง และนายพัน เหยา ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลการจับกุมไปยังตัวการใหญ่ต่อไป

วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายแผนปฎิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2560  โดยเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมายแผนปฎิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางการรณรงค์ ป้องกัน และขับเคลื่อนการปฏิบัติ เพื่อให้การพิจารณาปรับสถานะของไซเตสยังคงอยู่ ไม่ถูกลดระดับลง โดยยืนยันว่า ที่ผ่านมาไทยมีผลงานที่ชัดเจนในการจับกุม เนื่องจากถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการลักลอบค้างาช้างไปสู่ประเทศที่สาม เพราะมีทางออกทั้งทางอากาศและทางทะเล โดยได้มุ่งเป้าจับตาไปที่ 11 จังหวัดเป้าหมาย และร้านค้าที่เข้าข่ายกระทำผิด ควบคู่ไปกับกาใช้วัสดุหรือเครื่องประดับที่ทำจากงาช้าง ตลอดจนการลงทะเบียนช้างด้วย  สำหรับสถานการณ์การจับกุมล่าสุด สถิติมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดย 6 เดือนแรกของปีนี้ มีการจับกุมผู้กระทำผิดมาก เมื่อเทียบเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยพบข้อมูลผู้กระทำผิดรวม 3 – 4 กลุ่ม

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พุทธศักราช 2551 ของสถานประกอบการรายใด หรือพบเห็นอาชญากรรมต่าง ๆ สามารถแจ้งเบาะแส ข้อมูลข่าวสาร มายังหมายเลขโทรศัพท์ 191 และสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

**************************************

ขอขอบคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวสาร กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แบ่งปัน