พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณีมีผู้ปลอมบัตรประชาชนของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แล้วนำไปลงทะเบียนซิมการ์ด โดยได้รับรายงาน จาก จากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่า ได้รับแจ้งจากบริษัท เรียล มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่าย ทรูมูฟ ว่า ตรวจสอบพบความผิดปกติ ในการลงทะเบียนซิม โทรศัพท์ มือถือ ในห้วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม 2561 มีการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ โดยใช้รูปภาพหน้าบัตรประชาชน และรูปหน้าตรงกับ นายกรัฐมนตรี จำนวนหลายครั้ง ซึ่งอาจนำซิมโทรศัพท์มือถือดังกล่าว ไปใช้กระทำผิดกฎหมายได้ ทางตำรวจ ปอท. จึงได้เร่งรัดจับกุม ผู้กระทำผิด มาดำเนินคดี สืบสวนสอบสวนจนทราบชื่อผู้กระทำผิดคือ นายพีระเมศร์ วงศ์ทองเกื้อ อายุ 31 ปี จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจับกุม ได้ที่ร้านชานโมบาย ดิอเวนิว พัทยาใต้ จ.ชลบุรี สอบถามเบื้องต้นนายพีระเมศร์ ให้การรับว่าเป็นผู้ลงทะเบียนซิมดังกล่าวจริง โดนเมื่อลงทะเบียนได้แล้ว จะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้าซึ่งส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันได้แจ้งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์ระงับใช้ซิมการ์ดที่ลงทะเบียนโดยผิดกฎหมายทั้งหมดแล้วทั้งนี้ พันตำรวจเอก กฤษณะ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดฐาน เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา จึงประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ โดยการลงทะเบียนซิมจะต้องใช้ชื่อจริงของผู้ขอใช้บริการเท่านั้น ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ สามารถจัดระเบียบ และระบุผู้ใช้ หรือผู้ซื้อซิมได้ง่าย ร้านค้าหรือกลุ่มบุคคลใด จะกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเฝ้าระวัง และดำเนินการกับผู้กระทำผิดในลักษณะแบบนี้อย่างเฉียบขาด และจริงจัง ทั้งนี้ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดการสืบสวนสอบสวน และให้ขยายผลหากมีกลุ่มบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการป้องกันในระยะยาว

 

ขอบคุณภาพจาก  https://www.dailynews.co.th

แบ่งปัน