ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) เข้าช่วยเหลือเหยื่อคาสายมิจฉาชีพ แฉแผนเนียนอ้างเป็นตำรวจขู่มีคดี เกือบสูญเงินเกลี้ยงบัญชี

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ACSC ประสานเข้าเหลือผู้เสียหายที่กำลังถูกมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ บังคับและหลอกลวงให้โอนเงิน ในช่วงวันที่ 17-19 มี.ค.69

โดยมีเคสที่น่าสนใจดังนี้

เคสที่1 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ยานนาวาเข้าช่วยเหลือชายวัย 66 ปี ที่ได้ทำการโอนเงินไปให้คนร้ายที่ทำทีโทรศัพท์เข้ามาอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จาก TRUE ก่อนบอกว่าชายคนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จากนั้นมีการโอนสายให้เหยื่อพูดคุยกับคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่มขู่ให้กลัว โดยบอกว่าบัญชีของเหยื่อถูกนำไปเป็นบัญชีม้ารับโอนเงินผิดกฎหมาย มิหนำซ้ำยังมีความผิดเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน ก่อนจะบังคับให้เหยื่อว่าห้ามบอกใคร เป็นความลับราชการ และให้แสดงความบริสุทธิ์โดยการโอนเงินทั้งหมดในบัญชีกลับไปให้ตรวจสอบ ซึ่งชายคนดังกล่าวตกใจกลัวจึงหลงเชื่อโอนเงินไปให้คนร้ายเป็นจำนวนกว่า 850,000 บาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปที่บ้านเหยื่อพร้อมแสดงตัว ซึ่งขณะนั้นเหยื่อยังคงพูดคุยกับคนร้ายอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเตือนสติ พร้อมอธิบายว่านั่นคือมิจฉาชีพ และรีบให้เหยื่อโทรศัพท์อายัดบัญชีโดยด่วน ก่อนจะแนะนำขั้นตอนการแจ้งความต่อไป

เคสที่ 2. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ เข้าช่วยเหลือ ชายหนุ่มวัย 20 ปีที่กำลังถูกคนร้ายโทรศัพท์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองเลย แผนประทุษกรรมเดียวกัน อ้างว่าชายคนนี้เกี่ยวข้องกับคดีการฟอกเงิน ทางการสืบสวนมีหลักฐานทุกอย่าง ก่อนจะให้แอดไลน์ จากนั้นข่มขู่ให้โอนเงินไปตรวจสอบความบริสุทธิ์ ด้วยความกลัวเหยื่อจึงหลงเชื่อ ตัดสินใจโอนเงินกว่า 300,000 บาท และกำลังจะโอนเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบเข้าระงับการโอนเงินและอธิบายให้ทราบว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ก่อนจะให้ผู้เสียหายรีบโทรศัพท์อายัดบัญชี และพาเข้าแจ้งความเป็นการเร่งด่วน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ACSC ขอย้ำเตือนประชาชน และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ, ปปง., และ DSI จะไม่ทำเช่นนี้

– ไม่โทรศัพท์แจ้งผู้เสียหายว่ากระทำความผิด

– ไม่ให้แอดไลน์เพื่อส่งเอกสารราชการ ไม่ว่าจะเป็น บัตรข้าราชการ , หมายเรียก ,หมายจับ และอื่นๆ

– ไม่วิดีโอคอลเพื่อซักถาม สอบถามปากคำ หรือควบคุมการปฏิบัติทุกกรณี

– ไม่ให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบ

***ดังนั้นหากพบการกระทำในลักษณะข้างต้น คือมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์***

ปัจจุบันนี้การหลอกลวงในลักษณะของการโทรศัพท์แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น เป็นอีก 1 แผนประทุษกรรมของคนร้ายที่ติด 1 ใน 5 อันดับของการแจ้งความมากที่สุด และหากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย ก็พบว่า เป็น

1 ใน 2 อันดับที่มีมูลค่าความเสียหายมากที่สุดด้วย ดังนั้นขอให้ประชาชนมีสติทุกครั้งก่อนจะเชื่อและทำธุรกรรมใดๆ เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์