ผบ.ตร.ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับมาตรการด้านพลังงาน ป้องกันการกักตุนและส่งออกน้ำมัน รวมทั้งขับเคลื่อนพัฒนางานสอบสวน กำชับการฝึกยุทธวิธี และเดินหน้าช่วยเหลือตำรวจบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่

“ยกระดับการทำงานสู่มาตรฐานสากล พร้อมดูแลสวัสดิการอย่างยั่งยืน” ตร. ขับเคลื่อนมาตรการสำคัญเพื่อความมั่นคงทางพลังงาน พัฒนาศักยภาพพนักงานสอบสวน และยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวตำรวจผู้เสียสละ เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

วันนี้ (23 มีนาคม 2569) เวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช. และผู้บัญชาการทุกหน่วยทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และการประชุมทางไกลผ่านระบบจอภาพ โดยมีข้อสั่งการสำคัญดังนี้:

📍 สรุปข้อสั่งการสำคัญจากการประชุม

⛽ มาตรการด้านพลังงานและเศรษฐกิจ:

เฝ้าระวังและป้องกัน: สั่งการให้ ศปนม.ตร. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้กักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือลักลอบส่งออกตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันผลกระทบจากสถานการณ์โลก

สนับสนุนการขนส่ง: ผ่อนปรนข้อบังคับการเดินรถบรรทุกน้ำมัน (ไม่ติดเวลา) จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อความคล่องตัวในการกระจายพลังงานแก่ประชาชน

มาตรการประหยัด: กำชับหน่วยงานในสังกัดลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง และเน้นการปฏิบัติราชการผ่านระบบออนไลน์

⚖️ การพัฒนางานสอบสวน:

เพิ่มประสิทธิภาพ: ขับเคลื่อนการกำหนดตำแหน่งพนักงานสอบสวนตามมติ ก.ตร. เพื่อยกระดับการบริการประชาชน และกำชับการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

🛡️ ยุทธวิธีและการบริหารเหตุวิกฤต:

เน้นความปลอดภัย: กำชับการฝึกยุทธวิธีตาม “แผนกรกฎ/67” โดยถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาจริง เพื่อพัฒนาเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ที่เน้นความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน

💙 สวัสดิการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน”:

ดูแลผู้เสียสละ: จัดทำฐานข้อมูลข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมประสานสมาคมแม่บ้านตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือและพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว

ตร. ขอยืนยันในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส เพื่อรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในทุกมิติ

พบเห็นการกักตุนสินค้าหรือต้องการความช่วยเหลือ แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง