ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสำนักงานจเรตำรวจเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการการยกระดับค่าคะแนนการประเมิน ITA ของส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–12.30 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้สำนักงานจเรตำรวจ โดยพลตำรวจตรีหญิง ศรีสกุล เจริญศรี ผู้บังคับการอำนวยการ สำนักงานจเรตำรวจ
เป็นผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการการยกระดับค่าคะแนน
การประเมิน ITA ของส่วนราชการระดับกรม หรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00-12.30 น. ณ ห้องแม็กโนเลีย 1 ชั้น 4 โรงแรมทีเค.พาเลช แอนด์ คอนเวนชั่น
แบงคอก เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. ประธานการประชุม

ประธานการประชุมมีข้อห่วงใยในการดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA) ของหน่วยงานระดับกรม หรือเทียบเท่า  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ได้กำชับและเร่งรัดหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่าให้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลตามแบบวัด OIT และตามคำถามในระบบ ITAS ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาปฏิทินและหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด โดยในส่วนของแบบวัดการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ OIT
ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น.

การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาเป็นวิทยากร บรรยาย สรุป และเน้นย้ำการดำเนินการตามแบบวัด OIT (O1-O26) การจัดทำข้อมูลให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบด้านข้อมูล โดยข้อมูลจะต้องเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หลักของหน่วย และการดำเนินการตอบข้อคำถามแบบวัด OIT
ในระบบ ITAS ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด วันที่ 30 มิ.ย. 69 เวลา 17.00 น.  

ผลการดำเนินงานและประโยชน์ที่เกิดขึ้น

  1. หน่วยรับผิดชอบหลักและหน่วยสนับสนุนได้รับทราบสถานะและความก้าวหน้าการจัดทำข้อมูลตามแบบวัด OIT รายข้ออย่างชัดเจน
  2. มีการตรวจสอบความครบถ้วน ความถูกต้อง ความเป็นปัจจุบัน และความสอดคล้องของข้อมูลกับองค์ประกอบด้านข้อมูลตามหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
  3. สามารถจำแนกข้อมูลที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ข้อมูลที่ต้องปรับปรุง และข้อมูลที่ต้องจัดทำเพิ่มเติม ทำให้การติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบ
  4. ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการจัดทำข้อมูล เอกสาร และหลักฐาน รวมทั้งลดความเสี่ยงจากการเผยแพร่ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือไม่ตรงตามหลักเกณฑ์
  5. เกิดการบูรณาการและประสานงานระหว่างสำนักงานจเรตำรวจ หน่วยรับผิดชอบข้อมูล และหน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างใกล้ชิด
  6. หน่วยรับผิดชอบมีความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับรูปแบบการจัดทำข้อมูล การตั้งชื่อเอกสาร การระบุช่วงเวลาของข้อมูล และการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  7. ทำให้การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความเป็นระบบ เข้าถึงได้ง่าย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ อันเป็นการยกระดับความโปร่งใสและความรับผิดชอบขององค์กร
  8. สนับสนุนให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นปัจจุบัน
  9. นำข้อสังเกตของวิทยากรสำนักงาน ป.ป.ช. มาปรับปรุงข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้องตามหลักเกณฑ์การประเมิน ในการปรับปรุงระบบการเปิดเผยข้อมูลและพัฒนาองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม
  10. ช่วยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถดำเนินการตามแบบวัด OIT ได้ครบถ้วนตามกรอบระยะเวลาปฏิทินและหลักเกณฑ์การประเมินที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด