สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยกระดับความเข้มข้นมาตรการบังคับใช้กฎหมายจราจร “เมาไม่ขับ” เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายการบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดให้กวดขันและเสริมสร้างวินัยจราจรอย่างจริงจัง เน้นย้ำแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจรทั่วประเทศ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดตามนโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างวินัยจราจรและลดความสูญเสียบนท้องถนนอย่างยั่งยืน


สรุปสาระสำคัญของมาตรการและการบังคับใช้กฎหมาย:
มาตรการบังคับใช้กฎหมาย: กำชับเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มกรณีขับขี่รถในขณะมึนเมา โดยจะ “ไม่มีการตักเตือน” และดำเนินการส่งฟ้องดำเนินคดีทันทีหากตรวจพบการกระทำผิด
ข้อกฎหมายกรณีปฏิเสธการตรวจ: หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ กฎหมายให้สันนิษฐานว่าผู้นั้น “ขับรถในขณะมึนเมา” และต้องรับโทษตามกฎหมายทันที
บทลงโทษตามกฎหมาย:
โทษทั่วไป: จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
กรณีทำผิดซ้ำ (ภายใน 2 ปี):
เพิ่มโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท
กรณีเกิดอุบัติเหตุจนผู้อื่นบาดเจ็บหรือเสียชีวิต:
มีโทษสูงสุดคือจำคุก 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกัน และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วยความอดทนและสุภาพตามหลักมาตรฐานวิชาชีพ
ช่องทางการติดต่อและสอบถาม:
สายด่วนจราจร 1197
สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)








