อุทาหรณ์สูญเงิน 24 ล้าน! มิจฉาชีพอ้างแบรนด์ดังหลอกลงทุนออนไลน์ ย้ำต้องเช็กก่อนโอน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติที่น่ากังวล แม้คดีหลอกซื้อขายสินค้าจะมีจำนวนมากที่สุด แต่คดี “หลอกลงทุนออนไลน์” กลับสร้างความเสียหายรุนแรงที่สุด โดยคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 49.7% ของความเสียหายทั้งหมดในรอบสัปดาห์

ล่าสุดพบกรณีสะเทือนใจ ผู้เสียหายชายอดีตข้าราชการวัย 75 ปี หลงเชื่อโฆษณาในแอปฯ Line ที่แอบอ้างชื่อแบรนด์ร้านอาหารชื่อดัง “โอ้กะจู๋” ชักชวนร่วมลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง มีโค้ชประกบตัวต่อตัว สุดท้ายสูญเงินรวมกว่า 23.8 ล้านบาท
กลโกงที่มิจฉาชีพใช้:
สร้างความเชื่อใจ: ให้ถอนเงินกำไรก้อนเล็กได้ในระยะแรก
ระบบปลอม: สร้างกราฟเทรดและเว็บไซต์ปลอมเพื่อแสดงตัวเลขกำไรเสมือนจริง
อุบายโอนเพิ่ม: เมื่อจะถอนเงินก้อนใหญ่ จะอ้างว่าต้องจ่ายภาษี หรือค่าปรับ จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปถึง 45 ครั้ง
วิธีป้องกันก่อนตกเป็นเหยื่อ:
ใช้แอป “SEC Check First”: ของ ก.ล.ต. ตรวจสอบรายชื่อบริษัทและผู้แนะนำการลงทุนว่าได้รับอนุญาตจริงหรือไม่
ตรวจสอบบัญชีรับโอน: ต้องเป็น “บัญชีชื่อบริษัท” ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากเป็นชื่อบุคคลธรรมดา คือมิจฉาชีพแน่นอน
ระวังแอปฯ ปลอม: แม้จะอยู่ใน App Store หรือ Google Play ก็อาจเป็นแอปฯ ที่มิจฉาชีพสร้างเลียนแบบขึ้นมาได้

การประชาสัมพันธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งเตือนภัยและสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชน อย่างไรก็ตาม ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ผู้ต้องหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด และขอความร่วมมือสื่อมวลชนพิจารณาการนำเสนอโดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ที่เกี่ยวข้อง
ด้วยความปรารถนาดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าถูกหลอก แจ้งเหตุแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง





