ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) เปิดสถิติ 7 วันล่าสุด รับแจ้งความภัยออนไลน์ลดลงเตือนให้ระวัง มิจฉาชีพอ้างเป็นบุคคลอื่น ทำความเสียหายกลับมาพุ่งอันดับ1

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตฉอ.ตร.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-3 ต.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline
จำนวน 5,279 คดี มูลค่าความเสียหาย 252 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 20-26 ก.ย.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนลดลง 95 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่ลดลงกว่า 1 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 3,939 คดี คิดเป็น 74.6% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด รอบนี้กลับมาเป็นการหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น ที่มีความเสียหายกว่า 67 ล้านบาท คิดเป็น 26.6% ของคดีทั้งหมด
ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 107 คดี มูลค่าความเสียหาย 25.6 ล้านบาท
2.สมุทรปราการ มีการแจ้งความไว้ 27 คดี มูลค่าความเสียหาย 4.2 แสนบาท
3.ชลบุรี มีการแจ้งความไว้ 23 คดี มูลค่าความเสียหาย 6.1 ล้านบาท

แต่หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักจะถูกหลอกในรอบสัปดาห์นี้ ก็ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และก็ยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดียังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์อื่น

มีรายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้

  • ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจาก สปป.ลาว รวม 110 คน ทุกคนให้การสอดคล้องกันว่าถูกจัดกลุ่มให้ไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ในจำนวนคนไทยที่ถูกส่งกลับมา 32 คน ทำงานเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ส่วนที่เหลืออีก 78 คน ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์รูปแบบ Hybrid scam “หลอกให้รักแล้วหลอกลงทุน” ที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ก่อนนำตัวทุกคนดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ และดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงทางโทรคมนาคม
  • ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.6 บก.ปคม. จับกุมชาวจีน 2 ราย และชาววานูอาตู 1 ราย บริเวณสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ด้านผู้ต้องหาชาวจีนและชาววานูอาตูให้การยอมรับว่า ลักลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติในพื้นที่เขตติดต่อประเทศกัมพูชา 2 ราย และพื้นที่เขตติดต่อ สปป.ลาว 1 ราย เข้ามายังกรุงเทพมหานคร จากนั้นโดยสารรถไฟขบวน 171 จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเดินทางลงภาคใต้ เบื้องต้น แจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตแก่ผู้ต้องหาชาวจีนและชาววานูอาตู ก่อนจะนำตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัตินำไปสู่การประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 20 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1.6 ล้านบาท

โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้

​เคสที่ 1 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เข้าช่วยเหลือหญิงผู้เสียหายวัย 59 ปีที่โอนเงินให้มิจฉาชีพ หลังถูกมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ให้ทำเรื่องคืนเงินประกัน จากนั้นให้แอดไลน์ก่อนจะให้ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้ตัวเงินก็ออกจากบัญชีไปแล้ว เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายเกือบ 5 แสนบาท เจ้าหน้าที่จึงรีบไปที่บ้านพักพร้อมอธิบายถึงกลโกงมิจฉาชีพ ก่อนให้โทรแจ้งอายัดบัญชีที่ สายด่วน 1441 พร้อมแนะนำให้เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

เคสที่ 2 ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองอุบลราชธานี เข้าระงับการโอนเงินของผู้เสียหายชาย วัย 21 ปี หลังทราบเรื่องจากบิดา ว่าผู้เสียหายได้รับสายโทรศัพท์มิจฉาชีพติดต่ออ้างว่าผู้เสียหายได้รับทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่ปักกิ่ง ประเทศจีน พร้อมกับให้โอนเงินไปบัญชีม้าอ้างเป็นขั้นตอนสำหรับใช้ทำวีซ่า ซึ่งหลังจากโอนเงินไปแล้วผู้เสียหายกลับไม่สามารถติดต่อไปยังต้นทางได้อีก จึงได้ตรวจสอบกลับไปยังมหาวิทยาลัยที่ถูกอ้างว่าจะให้ทุน จึงทราบว่าตัวเองโดนหลอก สูญเงินไปกว่า 5 แสนบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้ผู้เสียหายโทร 1441 เพื่ออายัดบัญชี พร้อมประสานบิดาให้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้นถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ยังรวมไปถึง บุคคลที่อ้างตัวเป็นเครือข่ายโทรศัพท์หรือสถาบันการเงิน และธนาคารต่างๆ ที่ระบุว่าเบอร์โทรศัพท์ หรือบัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากได้รับสายในลักษณะนี้ และไม่แน่ใจ ขอให้ทำการตรวจสอบกลับไปยังต้นทางที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ

ทั้งนี้ ฝากถึงผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตบุตรหลานของท่าน ว่ามีพฤติกรรมแปลกไป พยายามเก็บตัว หรือปลีกตัวจากที่บ้านหรือไม่ และหากพบว่าบุตรหลานมีการขอให้ท่านโอนเงินเพื่อเป็นค่าเทอม ค่าประกันการขอทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ขอให้ท่านตรวจสอบกลับไปยังมหาวิทยาลัยหรือเจ้าของทุนฯที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และหากยังไม่มั่นใจว่ามีขบวนการสแกมเมอร์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ ขอให้รีบปรึกษาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน ศูนย์ AOC 1441 ทันที