มิจฉาชีพเปลี่ยนแผน! จำนวนคดีลดลง แต่ยอดความเสียหายพุ่ง “มุ่งเป้าเหยื่อรายใหญ่” สัปดาห์เดียวสูญกว่า 481 ล้านบาท!

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยสถิติภัยไซเบอร์รอบสัปดาห์ (8-14 ก.พ. 69) พบเทรนด์ที่น่ากลัวคือ มิจฉาชีพเริ่มพุ่งเป้าเหยื่อที่ยอดเงินสูงขึ้น โดยเฉลี่ยความเสียหายต่อเคสพุ่งสูงถึง 66,101 บาท (เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนเกือบ 12,000 บาทต่อราย) เจาะลึกสถิติที่ประชาชนต้องระวัง

  • อันดับ 1 (จำนวนคดีสูงสุด): หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ (71.6%) พบบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน
  • อันดับ 1 (มูลค่าความเสียหายสูงสุด): การข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call Center) แม้คดีน้อยแต่ยอดเงินที่เสียไปสูงมาก

กลุ่มเสี่ยง: “ผู้หญิง” ตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงอายุ 31-40 ปี คือกลุ่มที่มิจฉาชีพจ้องเล่นงานมากที่สุด

💡 วิธีป้องกันตัว: ช้อปอย่างไรไม่ให้ถูกโกง?

  • ใช้ระบบ “กระเป๋าเงินกลาง”: เลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีตัวกลาง เช่น TikTok Shop (กดผ่านตะกร้าเท่านั้น), Shopee, Lazada เพื่อให้ระบบกักเงินไว้จนกว่าเราจะได้รับของ
  • เลี่ยงการโอนตรง: แพลตฟอร์ม Facebook, IG และ X (Twitter) ไม่มีความคุ้มครองผู้ซื้อ หากโอนเงินเข้าบัญชีผู้ขายโดยตรง เสี่ยงสูงมากที่จะไม่ได้ของหรือได้ของปลอม อย่าหลงเชื่อการโอนเงินแลกรายได้: งานง่าย เงินดี ไม่มีอยู่จริง

✅ ผลการปฏิบัติงาน: ตำรวจไทยไม่นิ่งเฉย ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าระงับเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงที:

📌 ช่วยเหยื่อได้ทัน 27 ราย ยับยั้งเงินไม่ให้ไหลไปบัญชีม้าได้กว่า 4 ล้านบาท

📌 เคสตัวอย่าง: ช่วยชายวัย 66 ปี ย่านวัดพระยาไกร ขณะกำลังโอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร 1.5 ล้านบาท และคืนเงินให้ผู้เสียหายย่านทุ่งมหาเมฆที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไปกว่า 500,000 บาท

⚠️ หากท่านพบพฤติกรรมสงสัยหรือตกเป็นเหยื่อ แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1441 หรือแจ้งความออนไลน์ที่ www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น