นายกรัฐมนตรี ผบ.ตร. ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของ ตร. (ห้วง 1 ต.ค.68 – 18 ม.ค.69)
ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ได้ขับเคลื่อนการปฏิบัติการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการสืบสวนขยายผล ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดในและต่างประเทศ พร้อมยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของ ตร. (ห้วง 1 ต.ค.68 – 18 ม.ค.69) โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายศิริสุข ยืนหาญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูลปุณยสิริ ผบช.ตชด., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รองโฆษก ตร., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., กอ.รมน. เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการ “ต้องชนะยาเสพติด” ให้ได้อย่างเด็ดขาด
ในห้วงเดือน ธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เร่งเครื่องปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญและยึดอายัดทรัพย์สินได้จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนถึงความเด็ดขาดในการสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด ตั้งแต่ชายแดนจนถึงเมืองหลวง ดังนี้
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จับกุมเครือข่ายสำคัญ 10 คดี
คดีที่ 1 บก.ปส.1 จับบอสไต้หวัน บงการขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ ซุกยาในพรมเตรียมส่งออก
เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 บก.ปส.1 เปิดปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ สามารถจับกุม นายเฉียง หมิงเฟิง อายุ 27 ปี สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งเป็นผู้สั่งการหลักของขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ได้ภายในคอนโดมิเนียม ย่านอโศก กทม. ตรวจค้นพบคีตามีนประมาณ 5 กรัม พร้อมอุปกรณ์ต้องสงสัยจำนวนมาก พบพรมหลายผืนถูกตัดเย็บเป็นช่องสำหรับซุกซ่อนผงสีขาวคล้ายยาเสพติด พบจักรเย็บผ้าและอุปกรณ์แพ็กกิ้ง เตรียมส่งออกนอกราชอาณาจักร จากการสืบสวนพบผู้ต้องหาเป็น “มันสมอง” ของเครือข่าย มีพฤติการณ์แปรสภาพเฮโรอีนเป็นของเหลวคล้ายโลชั่น อำพรางบรรจุในขวดปลอมเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบลำเลียงผ่านระบบพัสดุระหว่างประเทศ ตรวจสอบย้อนหลังพบมีการส่งเฮโรอีนเหลวจาก สปป.ลาว ไปไต้หวัน น้ำหนักรวมประมาณ 10 กิโลกรัม ผู้ต้องหาเป็นบุคคลตามหมายจับไต้หวัน 4 คดีอาญาร้ายแรง ได้แก่ พยายามฆ่า, องค์กรอาชญากรรม, ฉ้อโกง และลักทรัพย์ ตม.เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ส่งตัวให้ บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
คดีที่ 2 ทลายเครือข่าย “นักบินปราจีนบุรี” ลำเลียงไอซ์ข้ามภาค
เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.68 กก.2 บก.ปส.1 ร่วมกับ บก.ขส.บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย เครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน ตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 498 กิโลกรัม พร้อมรถยนต์ 2 คัน ประกอบด้วยรถขนยาและรถนำขบวน จับกุมได้บริเวณถนนสาย 304 อ.วังน้ำเขียว จว.นครราชสีมา จากการสืบสวนพบเป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ ต้นทางจากหลายจังหวัดภาคอีสาน มุ่งหน้าปลายทางกรุงเทพมหานคร ใช้รูปแบบรถนำ–รถตามเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น เป็นเครือข่ายลำเลียงรายใหญ่ระดับภูมิภาค สามารถสกัดกั้นยาเสพติดก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ลดการแพร่ระบาดในเขตเมืองและชุมชนอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผล เพื่อติดตาม ผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนี รวมถึงขยายผลถึงนายทุนผู้อยู่เบื้องหลัง และเส้นทางการเงินของเครือข่าย ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
คดีที่ 3 บก.ปส.2 ยึดยาบ้า 1.73 ล้านเม็ด ไอซ์ 62 กก. สกัดเครือข่ายชายแดนอีสาน
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.68 กก.3 บก.ปส.2 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน จว.นครพนม ใช้รถกระบะและรถเก๋งเป็นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ติดตามพบรถต้องสงสัยบนถนนทางหลวงหมายเลข 212 ก่อนเข้าตรวจค้น
ที่ปั๊มน้ำมันใน จว.ศรีสะเกษ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 865 มัด รวม 1,730,000 เม็ด บรรจุ
ในกระสอบปุ๋ยซุกซ่อนในรถยนต์ พบไอซ์อีก 62 กิโลกรัม ผู้ต้องหารับสารภาพเป็นของตนเอง รถเก๋งซึ่งทำหน้าที่นำทางหลบหนีไปได้ อยู่ระหว่างติดตามจับกุมเพิ่มเติม เชื่อมโยงเครือข่ายลำเลียงจากชายแดน เป็นการสกัดยาเสพติดล็อตใหญ่ก่อนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ช่วยลดการแพร่ระบาดในหลายจังหวัดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
คดีที่ 4 บก.ปส.2 ขยายผลเครือข่ายบ้านอูบมุง ยึดยาบ้า 1.8 ล้านเม็ด
สืบเนื่องจากการจับกุมคดียาบ้าใน จว.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.2 ขยายผลถึงเครือข่ายรายสำคัญ พบพฤติการณ์ลำเลียงยาบ้าจากแนวชายแดนอีสานตอนล่าง ใช้รถกระบะและรถเก๋งนำเส้นทาง วันที่ 7 ม.ค.69 รถกระบะเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้กระสอบยาบ้ากระจายออกมา ตรวจสอบพบยาบ้า 900 มัด รวม 1,800,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งมีหนึ่งรายเป็นเยาวชน ใช้รถนำเส้นทางหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดี ขยายผลถึงเส้นทางลำเลียงและนายทุน เป็นเครือข่าย ที่กระจายยาเสพติดหลายจังหวัดอยู่ระหว่างสอบสวนเชิงลึก เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
คดีที่ 5 เครือข่ายเหนือ ยึดยาบ้า 928,000 เม็ด เชียงราย
กก.2 บก.ปส.3 สืบสวนเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดชายแดนเหนือ พบรถต้องสงสัยนำยาบ้ามาทิ้งไว้ในซอยพื้นที่
จว.เชียงราย ตรวจยึดยาบ้าได้ 342,000 เม็ด ต่อมาขยายผลจนทราบตัวผู้เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ตรวจค้นรถยนต์พบยาบ้าอีก 586,000 เม็ด ซุกซ่อนในช่องเก็บยางอะไหล่ รวมของกลางทั้งหมด 928,000 เม็ด เป็นเครือข่ายลำเลียงจากชายแดนสู่พื้นที่ตอนใน อยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 6 จับเครือข่ายค้ายาบ้าในพื้นที่ จว.มุกดาหาร
กก.3 บก.ปส.3 สืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ จว.มุกดาหาร วันที่ 15 ม.ค.69 ร่วมกับ นปส.พิษณุโลก เข้าจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 282,000 เม็ด ได้ที่บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าในเขตเมือง อีกจุดจับกุมได้ที่ริมถนนสายรองในพื้นที่อำเภอนิคมคำสร้อย จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายหนึ่งเป็นว่าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ สะท้อนการแทรกซึมของยาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของรัฐอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางการเงิน และผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
คดีที่ 7 สกัดไอซ์ 105 กก. เครือข่ายลำเลียงลงภาคใต้
บก.ปส.4 ได้รับข้อมูลการข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดลงภาคใต้ วันที่ 7 ม.ค.69 ร่วมกับ บก.ขส. เข้าสกัดกั้นขบวนการ จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมไอซ์ประมาณ 105 กิโลกรัม และรถยนต์ที่ใช้ในการลำเลียง 4 คัน จับกุมได้ในพื้นที่ อ.รัตภูมิ จว.สงขลา ต่อมาขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 ราย ที่ จว.สตูล ตรวจยึดรถยนต์เพิ่มเติม อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน เป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญจากภาคบนสู่ภาคใต้ อยู่ระหว่างขยายผลอายัดทรัพย์ และติดตามผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
คดีที่ 8 ไอซ์ 100 กก. เครือข่ายรถนำจากเชียงรายสู่ชายแดนใต้
วันที่ 16 ม.ค.69 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจ จว.ชุมพร จับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ประมาณ 100 กิโลกรัม จากการสืบสวนขยายผลพบรถยนต์หลายคันขับตามกันจากเชียงราย เชื่อมโยงกับคดียาบ้า 1,000,000 เม็ด ที่ถูกจับก่อนหน้า บก.ปส.4 วางกำลัง เฝ้าระวังเส้นทางภาคใต้ จับกุมรถต้องสงสัยได้ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จว.สงขลาพบไอซ์ซุกซ่อนในช่องลับภายในรถ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทำหน้าที่ขับรถนำและลำเลียงยาเสพติดปลายทาง จว.นราธิวาส อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายทั้งหมด
คดีที่ 9 ยาบ้า 7.4 ล้านเม็ด เฮโรอีน 112 กก. รถบรรทุกอำพราง
บก.สกส. ได้รับแจ้งจากสายลับเกี่ยวกับรถบรรทุกลำเลียงยาเสพติด ใช้เส้นทางจากภาคเหนือสู่ภาคกลาง วันที่ 21 ธ.ค.68 ติดตามจับกุมรถบรรทุกในพื้นที่ จว.ราชบุรี จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ตรวจค้นพบยาบ้า 7,434,000 เม็ด และเฮโรอีน 300 แท่ง น้ำหนักรวมประมาณ 112 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถบรรทุกไม่ประจำทาง เป็นเครือข่ายลำเลียงรายใหญ่ระดับประเทศ อยู่ระหว่างขยายผลนายทุนและเส้นทางการเงิน ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
คดีที่ 10 ยาบ้า 1 ล้านเม็ด รถนำ–รถตาม ลงภาคใต้
บก.สกส. ได้รับแจ้งเครือข่ายรับจ้างลำเลียงยาเสพติด จากภาคเหนือไปยังภาคใต้ วันที่ 16 ม.ค.69 ตรวจพบรถยนต์
2 คัน ขับนำ–ตามกัน เข้าตรวจค้นที่ด่านตรวจ จว.ชุมพร พบยาบ้าซุกซ่อนในช่องต่าง ๆ ภายในรถรวมประมาณ 1,000,000 เม็ด จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย เป็นเครือข่ายรับจ้างจากนายทุนภาคใต้ อยู่ระหว่างขยายผลผู้ว่าจ้าง และเส้นทางการเงิน
กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จับกุมขบวนการลักลอบขนยา 3 คดี
คดีที่ 11 ปฏิบัติการ “พิทักษ์ริมน้ำโขง” สกัดจับไอซ์ 480 กิโลกรัม ที่ จว.นครพนม
ร้อย ตชด.236 สืบสวนเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบการลำเลียงไอซ์จาก สปป.ลาว เข้าประเทศไทย คืนวันที่ 12–13 ม.ค.69 วางกำลังซุ่มริมแม่น้ำโขง จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย ตรวจยึดไอซ์ประมาณ 480 กิโลกรัมพร้อมอาวุธปืน
และยานพาหนะหลายรายการ เป็นเครือข่ายรายใหญ่ในพื้นที่ จว.นครพนม อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายฝั่งต่างประเทศ
คดีที่ 12 ตชด.435 ตรัง โชว์ฝีมือบุกจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามภาค รวบ 2 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้าเกือบ 6.4 แสนเม็ด ซุกซ่อนในกระป๋องอาหาร เตรียมลำเลียงส่งลงใต้ หวังตบตาเจ้าหน้าที่
ตชด. ขยายผลจากคดียาเสพติดทางพัสดุเอกชน พบการส่งพัสดุจากภาคเหนือไปภาคใต้ วันที่ 11 ม.ค.69 ตรวจยึดยาบ้า 639,200 เม็ด ซุกซ่อนในกระป๋องอาหาร จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ จว.ชุมพร พบเป็นเครือข่ายส่งยาบ้าข้ามภาค
มีการวางแผนเป็นระบบอยู่ระหว่างขยายผลผู้ร่วมขบวนการ
คดีที่ 13 บก.ตชด.ภาค 2 สนธิกำลัง DSI สกัดจับไอซ์ 316 กก. ที่ จว.สกลนคร
บก.ตชด.ภาค 2 รับแจ้งการลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสาน วันที่ 16 ม.ค.69 ติดตามรถต้องสงสัยในพื้นที่ จว.สกลนคร เข้าตรวจค้นบริเวณตลาดบายพาส พบไอซ์บรรจุถุงดำรวม 316 กิโลกรัม จับกุมผู้ต้องหา 2 รายผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
ทำมาแล้วสองครั้ง รับจ้างลำเลียงจาก จว.มุกดาหาร ไปกรุงเทพฯ ค่าจ้างรวม 100,000 บาท หากหลุดรอดจะสร้างผลกระทบร้ายแรงต่อสังคม ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) จับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงขนยาบ้า 2 คดี
คดีที่ 14 ตำรวจทางหลวงนครศรีธรรมราช รวบยาบ้า 1 ล้านเม็ด ส่งพื้นที่ชายใต้ “ปฏิบัติการ Fast74 เกาะ เกี่ยว กด”
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 พ.ต.ท.ปิยะพร เรียนสุทธิ์ สว.ส.ทล.4 กก.7 บก.ทล. นำกำลังจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายอรรถสิทธิ์ (นามสมมติ) อายุ 43 ปี และ น.ส.สิรามล (นามสมมติ) พร้อมของกลางยาบ้า 170 ห่อ รวมประมาณ 1,000,000 เม็ด รถยนต์เก๋ง และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง จากการตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุห่อกระดาษ พันเทปกาวและเคลือบเทียนไข ซุกซ่อนในช่องเก็บยางอะไหล่และหลังพนักพิงเบาะ เพื่ออำพรางกลิ่นและความชื้น เตรียมลำเลียงลงพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อขยายผลเครือข่ายและดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่ 15 สกัดจับพ่อค้ายาเสพติดพยายามติดสินบนและแหกด่านตรวจ ก่อนเสียหลักรถพลิกคว่ำ พบยาบ้าแบ่งซองพร้อมจำหน่ายเกือบ 8,000 เม็ด
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 บริเวณหน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังมะนาว ถนนพระรามที่ 2 ขาล่องใต้ อ.ปากท่อ จว.ราชบุรี เจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร พบรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ ขับเข้าจุดตรวจ โดยมี นายชาญณรงค์ อายุ 49 ปี เป็นผู้ขับขี่ ผู้ต้องหาแจ้งว่าไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และพยายามยื่นธนบัตรติดสินบน แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธ จากนั้นผู้ต้องหาเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามพร้อมใช้เครื่องขยายเสียงสั่งให้หยุด ระหว่างหลบหนี ขับรถด้วยความเร็วและส่ายไปมาบนถนนเพชรเกษม รถเสียหลักชนขอบทาง ยางแตก และไปพลิกคว่ำบริเวณริมคลองคูบัว อ.เมือง จว.ราชบุรี เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวได้อย่างปลอดภัย ตรวจสอบใต้ท้องรถพบซองกระดาษกันน้ำสีเหลือง ภายในบรรจุยาบ้า ตรวจยึดยาบ้าเม็ดสีส้มและสีเขียว รวม 7,997 เม็ด พร้อมซองพลาสติกแบบซิปสำหรับแบ่งขาย โทรศัพท์มือถือ และซิมการ์ด ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับยาบ้าจากรถบรรทุกสิบล้อ
ใน จว.สมุทรสงคราม เพื่อนำไปส่งในพื้นที่ อ.เมือง จว.ราชบุรี ได้ค่าจ้าง 10,000 บาท ผลตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดในร่างกาย นำตัวส่งพนักงานสอบสวน
สภ.ปากท่อ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น ระหว่างวันที่ 1 ต.ค.68 – 18 ม.ค.69 เพื่อขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 89,076 คดี ผู้ต้องหา 88,421 คน พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 330,148,613เม็ด, ไอซ์ 11,008.55 กิโลกรัม, เฮโรอีน 269.20 กิโลกรัม, คีตามีน 1,960.09 กิโลกรัม, ยาอี 207,924 เม็ด, และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 3,396 ล้านบาท
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ในการสนับสนุนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเต็มกำลัง โดยมุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่และอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ หัวใจของ
การแก้ไขปัญหายาเสพติดคือการสร้างกลไกเชิงระบบที่มั่นคงและยั่งยืน พร้อมบูรณาการการทำงานระหว่างทุกภาคส่วนเพื่อปิดล้อมวงจรอาชญากรรมให้สิ้นซาก รัฐบาลขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกนายที่เสียสละและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ โดยจะดูแลสวัสดิการและความปลอดภัยอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกท่านเป็นที่พึ่งของประชาชนได้
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่น ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากการบูรณาการระหว่างตำรวจไทย หน่วยงานด้านยาเสพติดระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขจัดภัยยาเสพติดแบบ “ขุดรากถอนโคน” เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายของยาเสพติดอย่างยั่งยืน ถือเป็นภาพสะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนนโยบาย
ของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ให้ความสำคัญกับ
การแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่ง พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกในทุกมิติ ทั้งการสืบสวน ปิดล้อม ตรวจค้น และขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเร่งยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายโครงสร้างทางการเงินของขบวนการอย่างถึงที่สุด
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด









